SPT N-value เป็นค่าที่พบแทบทุกครั้งในรายงานเจาะสำรวจดินและ Boring Log จนหลายคนเผลอใช้เป็น “ตัวเลขบอกความแข็งแรงของดิน” แบบตรง ๆ เช่นเห็นค่า N สูงแล้วสรุปว่าดินรับน้ำหนักได้มาก หรือเห็น N ต่ำแล้วสรุปว่าดินอ่อนทันที แต่การตีความเช่นนั้นง่ายเกินไปและอาจทำให้ใช้ข้อมูลผิดวัตถุประสงค์

ค่า N ที่วัดในสนามเป็นค่าความต้านทานต่อการตอกของ Standard Penetration Test (SPT) ภายใต้ชุดอุปกรณ์และสภาพการทดสอบ ณ จุดนั้น เมื่อจะนำไปใช้กับ correlation ทางวิศวกรรมบางประเภท อาจต้องตรวจว่าค่านั้นเป็น N ดิบ, N60 หรือ (N1)60 เพราะสามคำนี้ไม่ใช่ค่าเดียวกัน

การทดสอบ SPT และการอ่านค่า SPT N-value จาก Boring Log
ภาพประกอบการทดสอบ Standard Penetration Test (SPT) และการอ่านค่า N-value — หมายเหตุ: ภาพนี้สร้างโดย AI

SPT คืออะไร และค่า N เกิดขึ้นอย่างไร?

ตาม ASTM D1586/D1586M การทดสอบ SPT ใช้ split-barrel sampler ขนาดมาตรฐานตอกลงในดินด้วยค้อนมวลประมาณ 63.5 กก. (140 lb) ที่ปล่อยตกจากระยะประมาณ 750 มม. (30 in.) ตัว sampler ถูกตอกเป็นระยะรวม 0.45 ม. โดยแบ่งการบันทึกเป็นช่วงละ 0.15 ม.

ช่วงแรก 0.15 ม. ใช้เป็นช่วง seating เพื่อให้ sampler ผ่านดินบริเวณก้นหลุมที่อาจถูกรบกวนจากการเจาะ จากนั้นจึงนำจำนวนครั้งที่ใช้ตอกในช่วง 0.15–0.45 ม. หรือสองช่วงสุดท้ายรวมกันเป็นค่า SPT N-value ดังนั้นค่า N โดยหลักคือจำนวน blow ที่ใช้ตอกระยะ 0.30 ม. หลังจากช่วง seating แล้ว

ตัวอย่างเช่น หากบันทึก blows ต่อช่วง 0.15 ม. เป็น 4 / 7 / 9 ค่า N ที่รายงานโดยทั่วไปคือ 7 + 9 = 16 blows/0.30 m ส่วนเลข 4 เป็น seating blow count และไม่รวมใน N หลัก

หากต้องการเห็นว่าค่า N ปรากฏอยู่ตรงไหนของรายงาน สามารถอ่านต่อที่ Boring Log คืออะไร? วิธีอ่านรายงานเจาะสำรวจดิน ซึ่งอธิบายตำแหน่งของ SPT, Sample, Soil Description และข้อมูลอื่นใน log โดยรวม

N, N60 และ (N1)60 ต่างกันอย่างไร?

สัญลักษณ์ความหมายใช้เมื่อใด
Nค่าจำนวนครั้งตอกจากสนามตามช่วงทดสอบที่กำหนดใช้เป็นข้อมูลดิบ/ข้อมูลที่รายงานจากการทดสอบ และเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ค่า
N60ค่า N ที่ปรับให้เทียบกับระดับพลังงานค้อนอ้างอิง 60%ใช้กับ correlation หรือวิธีออกแบบที่กำหนดให้ใช้ N60 และช่วยลดผลต่างจากระบบค้อน
(N1)60ค่า N60 ที่ปรับผลของ effective overburden stress ให้เทียบกับความเค้นอ้างอิงใช้กับ correlation บางประเภท โดยเฉพาะงานที่ต้องเปรียบเทียบดินต่างความลึกหรือการประเมินด้าน liquefaction ตามวิธีที่ระบุ

ค่า N ดิบคืออะไร?

ค่า N คือค่าที่ได้โดยตรงจากการนับจำนวนครั้งของการตอกตามวิธีทดสอบ ค่านี้สะท้อนทั้งความต้านทานของดินและผลของระบบทดสอบ เช่น ชนิดค้อน ประสิทธิภาพการส่งพลังงาน ความยาวก้านเจาะ วิธีรักษาหลุม และสภาพก้นหลุม

เพราะฉะนั้น N จากเครื่องหนึ่งกับ N จากอีกเครื่องหนึ่ง แม้ทดสอบในดินที่มีลักษณะใกล้กัน ก็ไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบกันแบบตรง ๆ ได้เสมอ ASTM ระบุชัดว่าพลังงานที่ส่งถึง sampler สามารถแตกต่างกันมากระหว่างระบบค้อน และความแตกต่างนี้ส่งผลต่อค่า N ที่อ่านได้

N60 คืออะไร และทำไมต้องแก้พลังงาน?

N60 คือค่า N ที่ทำ normalization ด้านพลังงานให้เทียบกับระดับพลังงานอ้างอิง 60% ของพลังงานศักย์มาตรฐาน จุดประสงค์คือทำให้ค่าจากระบบค้อนที่มีประสิทธิภาพต่างกันเปรียบเทียบกันได้ดีขึ้นเมื่อใช้ correlation ที่พัฒนาบนฐาน N60

ในรูปแบบง่าย เมื่อทราบ Energy Ratio (ER) ของชุดค้อนและระบบก้านเจาะ จะพบความสัมพันธ์ลักษณะ N60 = N × ER/60 แต่ในงานจริงบางวิธีอาจกำหนด correction factor เพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นผ่านศูนย์กลางหลุม ความยาวก้าน หรือชนิด sampler ดังนั้นต้องยึดสมการและนิยามของ correlation หรือมาตรฐานที่กำลังใช้อยู่ ไม่ควรเห็นคำว่า N60 แล้วคำนวณด้วยสูตรเดียวโดยไม่ตรวจเงื่อนไข

ตัวอย่างเพื่อให้เห็นแนวคิด: หาก N ดิบเท่ากับ 20 และระบบส่งพลังงานเฉลี่ย 75% การปรับเฉพาะด้านพลังงานอย่างง่ายจะได้ N60 ประมาณ 20 × 75/60 = 25 นี่ไม่ได้หมายความว่าดิน “แข็งขึ้น” หลังแก้ค่า แต่เป็นการทำให้ตัวเลขอยู่บนฐานพลังงานอ้างอิงเดียวกัน

(N1)60 คืออะไร?

ค่า (N1)60 คือ N60 ที่นำไปปรับต่อเพื่อพิจารณาผลของ effective overburden stress หรือความเค้นประสิทธิผลจากน้ำหนักดินเหนือจุดทดสอบ หลักคิดคือค่า blow count ในดินชนิดใกล้กันสามารถเปลี่ยนตามระดับความลึกและความเค้นที่กดทับอยู่ จึงมีการ normalize ให้เทียบกับความเค้นอ้างอิงเพื่อใช้ใน correlation บางประเภท

รูปแบบทั่วไปเขียนได้ว่า (N1)60 = CN × N60 โดย CN เป็น overburden correction factor ซึ่งขึ้นกับ effective vertical stress และวิธีที่มาตรฐานหรือ correlation นั้นกำหนด ค่าของ CN ไม่ควรถูกเลือกจากตารางใดตารางหนึ่งโดยไม่รู้ว่ากำลังใช้วิธีออกแบบใด เพราะสมการและขีดจำกัดของ CN อาจต่างกันตามแหล่งอ้างอิง

ทำไม SPT N-value ถึงเปลี่ยนได้แม้ดินดูคล้ายกัน?

1. พลังงานค้อนและระบบปล่อยค้อน

ASTM ระบุว่าระบบค้อนต่างชนิดส่งพลังงานลงสู่ก้านเจาะไม่เท่ากัน และแม้เป็นชุดอุปกรณ์เดิม พลังงานก็สามารถเปลี่ยนได้จากสภาพเครื่องและการปฏิบัติงาน นี่คือเหตุผลสำคัญที่มีแนวคิด N60 และการวัด Energy Transfer Ratio (ETR)

2. วิธีเจาะและสภาพก้นหลุม

การรบกวนดินก่อนเริ่ม SPT, การทำความสะอาดก้นหลุมไม่เพียงพอ, การรักษาระดับน้ำหรือ drilling fluid ไม่เหมาะสม และการขับ casing ใกล้ช่วงทดสอบ ล้วนสามารถมีผลต่อค่า blow count ได้ วิธีเปิดหลุมจึงไม่ใช่เรื่องแยกจาก SPT หากต้องการเข้าใจภาพรวม สามารถดู ความแตกต่างระหว่าง Wash Boring และ Rotary Drilling เพิ่มเติม

3. ความยาวก้านเจาะและรายละเอียดอุปกรณ์

การส่งพลังงานผ่านก้านเจาะสัมพันธ์กับความยาวก้าน ชนิดก้าน sampler และส่วนประกอบของระบบ จึงเป็นอีกเหตุผลว่าทำไม correlation ที่จริงจังต้องระบุชัดว่าใช้ N, N60 หรือค่าที่แก้ปัจจัยใดแล้ว

4. กรวด ก้อนหิน และเม็ดดินขนาดใหญ่

ถ้า sampler กระทบกรวด ก้อนหิน หรือ cobble ค่า N อาจสูงผิดปกติหรือเกิด refusal โดยไม่ได้สะท้อนความแน่นของเมทริกซ์ดินตามที่ต้องการ ASTM เตือนว่าดินที่มีเม็ดขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับ sampler สามารถทำให้ค่า N ไม่น่าเชื่อถือสำหรับ correlation ที่พัฒนากับดินละเอียดกว่านั้น

5. ดินเหนียวอ่อนมาก

ใน soft ถึง very soft clay ค่า SPT สามารถไม่น่าเชื่อถือสำหรับการประเมิน undrained shear strength เพราะน้ำหนักก้านและระบบค้อนอาจทำให้ sampler เคลื่อนตัวก่อนเริ่มการตอกตามปกติ ASTM แนะนำให้พิจารณาวิธีอื่น เช่น CPT, Field Vane Shear หรือ thin-wall sampling และการทดสอบในห้องปฏิบัติการ เมื่อวัตถุประสงค์ต้องการประเมินกำลังเฉือนของดินอ่อน

เว็บไซต์มีบทความ Field Vane Shear Test สำหรับทำความเข้าใจการทดสอบที่เหมาะกับดินเหนียวอ่อนมากขึ้น

ค่า SPT เหมาะกับดินประเภทใด?

SPT ใช้ได้ในดินหลายประเภทและมีข้อดีตรงที่ได้ทั้งค่าความต้านทานต่อการตอกและตัวอย่าง disturbed sample สำหรับจำแนกดิน แต่ความน่าเชื่อถือไม่ได้เท่ากันทุกสภาพดิน

  • ทรายและดินเม็ดหยาบที่ไม่มีกรวดก้อนใหญ่: เป็นกลุ่มที่มี correlation จาก SPT ใช้กันแพร่หลาย แต่ต้องดูพลังงาน ความเค้นดินทับถม และ groundwater ตามวิธีวิเคราะห์
  • ดินเหนียวแข็งปานกลางถึงแข็ง: SPT สามารถให้ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบได้ แต่ correlation กับกำลังเฉือนมี scatter สูงกว่าการทดสอบเฉพาะทาง
  • ดินเหนียวอ่อนมาก: ไม่ควรใช้ N เพียงอย่างเดียวเพื่อประเมิน undrained shear strength
  • ดินที่มีกรวด ก้อนหิน หรือชั้นแข็งเป็นจุด: ค่า N อาจสะท้อนการชนเม็ดใหญ่หรือ refusal มากกว่าคุณสมบัติของชั้นดินโดยรวม

จะอ่าน SPT N-value ใน Boring Log อย่างไรให้ถูกต้อง?

ขั้นที่ 1: ดูว่าเป็น N ดิบหรือค่าที่แก้แล้ว

รายงานบางฉบับแสดง N field โดยตรง แต่ส่วนวิเคราะห์อาจใช้ N60 หรือ (N1)60 ควรตรวจ legend, notes และวิธีคำนวณก่อนนำตัวเลขไปเทียบกับตารางหรือ correlation ใด ๆ

ขั้นที่ 2: อ่าน blows รายช่วง ไม่ใช่ดู N อย่างเดียว

ถ้า log แสดง blows ต่อช่วง 0.15 ม. ให้ดูทั้งสามช่วง เพราะรูปแบบการตอกช่วยบอกได้ว่ามี seating สูงผิดปกติ, ค่าเพิ่มรวดเร็ว, partial penetration หรือ refusal หรือไม่ บางครั้งเลข N เพียงตัวเดียวซ่อนข้อมูลสำคัญเหล่านี้ไว้

ขั้นที่ 3: ดู Soil Description และ Sample พร้อมกัน

ค่า N = 20 ในทรายกับ N = 20 ในดินเหนียวไม่ควรถูกตีความด้วยความหมายเดียวกัน ต้องดูชนิดดิน การจำแนกตัวอย่าง ความชื้น และข้อมูลห้องปฏิบัติการร่วมด้วย

ขั้นที่ 4: ดูความลึกและ Groundwater

ในทรายหลวมใต้ระดับน้ำ การรักษาสภาพหลุมมีความสำคัญต่อคุณภาพ SPT และในงานที่ใช้ correlation บางประเภท groundwater ยังมีผลผ่าน effective stress ด้วย สามารถอ่านเรื่องนี้เพิ่มได้ที่ ระดับน้ำใต้ดินใน Boring Log

ขั้นที่ 5: ดูแนวโน้มหลายจุดและหลายหลุม

ค่า N จุดเดียวไม่ควรถูกใช้แทนชั้นดินทั้งโครงการ ให้มองแนวโน้มตามความลึกและเปรียบเทียบระหว่างหลุมพร้อม soil profile หากค่า N กระโดดสูงหรือต่ำผิดแนว ควรตรวจว่ามีการเปลี่ยนชั้นดิน กรวด ก้อนหิน การสูญเสียตัวอย่าง หรือหมายเหตุภาคสนามอื่นหรือไม่

ค่า N สูง แปลว่าดินรับน้ำหนักได้มากเสมอหรือไม่?

ไม่เสมอไป ค่า N สูงหมายถึง sampler ต้องใช้จำนวนครั้งตอกมากภายใต้เงื่อนไขการทดสอบนั้น ๆ แต่การแปลงไปเป็น bearing capacity, friction angle, modulus หรือกำลังของเสาเข็มต้องอาศัย correlation และวิธีออกแบบที่เหมาะกับชนิดดิน เงื่อนไขชั้นดิน และระบบฐานราก

การใช้ตาราง “N เท่านี้ = กำลังรับน้ำหนักเท่านี้” โดยไม่รู้แหล่งที่มาอาจผิดได้ เพราะ correlation จำนวนมากมีขอบเขตการใช้และ scatter ของข้อมูลสูง FHWA เองเตือนว่าความสัมพันธ์จาก SPT ไม่ควรถูกใช้เพียงลำพังเพื่อออกแบบ โดยเฉพาะเมื่อต้องการค่าคุณสมบัติที่แม่นยำ

SPT N-value ใช้กำหนดความยาวเสาเข็มได้เลยหรือไม่?

ไม่ควรกำหนดจาก N เพียงอย่างเดียว แม้ค่า SPT จะถูกใช้ในหลายสมการเชิงประจักษ์สำหรับประมาณกำลังปลายและแรงเสียดทานของเสาเข็ม แต่การออกแบบจริงยังต้องพิจารณาชนิดเสาเข็ม วิธีติดตั้ง ขนาดหน้าตัด ชั้นดินตลอดแนว ความแปรปรวนระหว่างหลุม เกณฑ์การทรุดตัว ระดับน้ำ และข้อกำหนดของโครงการ

ดังนั้น Boring Log และ SPT เป็นข้อมูลตั้งต้นสำคัญ แต่ไม่ใช่ “คำตอบสุดท้าย” ของการออกแบบฐานราก หากกำลังวางแผนสำรวจพื้นที่ สามารถดูภาพรวม บริการเจาะสำรวจดินและทดสอบดิน และบทความอื่นใน หมวด Knowledge เพื่อเข้าใจว่าข้อมูลแต่ละชนิดช่วยตอบคำถามด้านใด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้ SPT N-value

  • เอา N ดิบไปใช้กับสมการที่ต้องการ N60: ทำให้ฐานพลังงานไม่ตรงกับ correlation
  • ใช้ N60 แทน (N1)60 หรือกลับกัน: ทั้งสองค่ามีการ normalize ต่างกัน
  • มองค่า N โดยไม่ดูชนิดดิน: ความหมายและ correlation ของทราย ดินเหนียว และกรวดต่างกัน
  • ไม่ตรวจ refusal หรือ partial penetration: เลขสูงอาจเกิดจากก้อนกรวด/หินหรือเจาะไม่ครบระยะ
  • ใช้ค่าเดียวแทนทั้งชั้นดิน: ชั้นดินมีความแปรปรวนทั้งแนวดิ่งและแนวราบ
  • แปลง N เป็นกำลังรับน้ำหนักแบบตารางสำเร็จโดยไม่ดูแหล่งอ้างอิง: correlation มีเงื่อนไขและความไม่แน่นอน
  • ใช้ SPT ประเมิน soft clay โดยไม่ตรวจวิธีอื่น: ในดินอ่อนมากควรพิจารณา Vane, CPT หรือ undisturbed sampling ตามวัตถุประสงค์

ตัวอย่างการอ่านค่าแบบมีบริบท

สมมติ Boring Log แสดงชั้น SAND ที่ความลึก 12 ม. ค่า blows เป็น 5 / 8 / 10 จึงได้ N = 18 หากรายงานระบุว่าระบบค้อนมี ER 75% และวิธีวิเคราะห์ต้องใช้ N60 การแก้เฉพาะพลังงานอย่างง่ายจะให้ N60 ≈ 22.5 ก่อนจะนำไปใช้ต้องตรวจอีกว่า correlation นั้นกำหนด correction factor อื่นหรือไม่ และต้องการ overburden normalization เป็น (N1)60 หรือเปล่า

ถ้าจุดเดียวกันอยู่ใต้ระดับน้ำและใช้เพื่อประเมิน liquefaction การวิเคราะห์จะมีขั้นตอนมากกว่าการอ่าน N หรือ N60 เพียงค่าเดียว โดยต้องพิจารณาความเค้นประสิทธิผล ค่าปรับตามวิธีมาตรฐาน ปริมาณ fines และเงื่อนไขแผ่นดินไหวของโครงการ การใช้ตัวเลขจากตัวอย่างนี้เพื่อออกแบบโดยตรงจึงไม่เหมาะสม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SPT N-value

SPT N-value มีหน่วยหรือไม่?

โดยทั่วไป N เป็นจำนวนครั้งตอกสำหรับระยะ penetration ที่กำหนด จึงมักรายงานเป็น blow count หรือ blows/0.30 m มากกว่าจะมองเป็นหน่วยทางกายภาพแบบแรงหรือความเค้น

N60 ต้องมีค่ามากกว่า N เสมอหรือไม่?

ไม่เสมอไป หากระบบส่งพลังงานมากกว่า 60% การแก้ด้านพลังงานอาจทำให้ N60 สูงกว่า N แต่ถ้าพลังงานต่ำกว่า 60% ค่า N60 อาจต่ำกว่า N ทั้งนี้ขึ้นกับนิยาม correction ที่ใช้และปัจจัยอื่นที่มาตรฐานหรือ correlation กำหนด

(N1)60 ใช้กับทุกงานหรือไม่?

ไม่จำเป็น (N1)60 ใช้เมื่อวิธีวิเคราะห์หรือ correlation ต้องการ normalize ผลของ overburden stress ตัวอย่างเช่นงานบางประเภทเกี่ยวกับ liquefaction หรือความสัมพันธ์ในทราย ควรใช้ค่าตามวิธีออกแบบที่อ้างอิง ไม่ควรปรับทุกค่าด้วยตนเองโดยอัตโนมัติ

ถ้า Boring Log ระบุ N = 50/10 cm หมายถึง N = 50 หรือไม่?

ไม่ควรตีความเป็น N = 50 แบบปกติโดยไม่ดู note เพราะข้อความลักษณะนี้มักสื่อว่าตอก 50 ครั้งแล้ว sampler เคลื่อนที่ได้เพียง 10 ซม. หรือเกิด partial penetration/refusal เงื่อนไขดังกล่าวต้องรายงานและตีความต่างจากการตอกครบระยะ 0.30 ม.

SPT ใช้แทนการทดสอบห้องปฏิบัติการได้หรือไม่?

ไม่ทั้งหมด SPT ให้ penetration resistance และ disturbed sample สำหรับ identification/classification บางชนิด แต่ไม่สามารถแทนข้อมูลจาก undisturbed sample และการทดสอบ strength/compressibility ที่จำเป็นในหลายงานได้

ทำไมสองบริษัททดสอบพื้นที่ใกล้กันแล้ว N ต่างกัน?

อาจเกิดจากความแปรปรวนจริงของชั้นดิน ตำแหน่งและระดับทดสอบต่างกัน ระบบค้อนและพลังงานต่างกัน วิธีเจาะ สภาพหลุม sampler หรือขั้นตอนปฏิบัติงานต่างกัน การเปรียบเทียบจึงควรดูทั้ง method, equipment และ soil profile ไม่ใช่ตัวเลข N อย่างเดียว

สรุป

SPT N-value เป็นข้อมูลภาคสนามที่มีประโยชน์มาก แต่การใช้ให้ถูกต้องต้องรู้ก่อนว่ากำลังดู N, N60 หรือ (N1)60 ค่า N คือ blow count ที่วัดจากการทดสอบ, N60 คือค่าที่ normalize ด้านพลังงานไปยังฐาน 60% และ (N1)60 คือค่าที่ normalize ต่อด้าน effective overburden stress สำหรับ correlation ที่กำหนด

สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าใช้ค่า N แยกจากชนิดดิน วิธีเจาะ ระบบค้อน ความลึก groundwater และวัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์ การออกแบบฐานรากจริงควรให้วิศวกรปฐพีพิจารณาร่วมกับ Boring Logs หลายหลุม ผลทดสอบอื่น และข้อมูลโครงการทั้งหมด

กำลังวางแผนงานเจาะสำรวจดิน?

หากต้องการกำหนดจำนวนหลุม ความลึก หรือรายการทดสอบภาคสนามให้เหมาะกับโครงการ สามารถ ติดต่อทีมงานเจาะสำรวจดิน.com พร้อมข้อมูลโครงการเบื้องต้น เพื่อใช้ประกอบการกำหนดขอบเขตงานสำรวจ

เอกสารอ้างอิงทางเทคนิค

SPT N-value คืออะไร? N, N60 และ (N1)60 ต่างกันอย่างไร